‘นีล เกแมน’ การเป็นนักเขียนต้องเริ่มที่ใช้ชีวิตให้เต็มที่

นีล เกแมน เป็นหนึ่งในนักเขียนที่โด่งดัง มีคนติดตาม กรี๊ดกร๊าด เข้าแถวรอคอยลายเซนต์ของเขาไม่ต่างอะไรจากดาราหรือนักร้องดัง ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่หายากยิ่งสำหรับภาพลักษณ์ของนักเขียนที่จะมีลุคทำนองซุปเปอร์สตาร์เช่นนี้

ถอยกลับไปเมื่อครั้งเยาว์วัยนีล เกแมน ก็เหมือนนักเขียนชื่อดังอีกหลายคนที่เป็น “หนอนหนังสือ” มาตั้งแต่เล็ก เขาคลั่งไคล้นิยายวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่าแฟนตาชี สยองขวัญ เรื่องผีๆ แต่ก็สามารถอ่านได้ทุกแนว และยังจำได้ว่าตัวเองมีโอกาสอ่านหนังสือชุด Lord of the Rings เพียงสองเล่มที่มีอยู่ในห้องสมุด คือ The Fellowship of the Rings กับ The Two Towers นีลอ่านสองเล่มนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และได้แต่สงสัยว่าตกลงเรื่องจบยังไง เขามามีโอกาสได้อ่านเล่มที่สามเมื่อตอนอายุสิบสอง โดยชนะการประกวดภาษาอังกฤษ และได้หนังสือ The Return of the King ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายของชุดนี้เป็นรางวัล

ก่อนจะมามีชื่อเสียงจากการเขียนนิยายภาพเรื่อง Sandman เขาเคยล้มเหลวและผิดหวังที่นิยายเรื่องแรกๆ ของเขาไม่ดังอย่างตั้งใจ เกแมนตัดสินใจไปทำงานเป็นผู้สื่อข่าวอิสระให้กับนิตยสารและหนังสือพิมพ์ เพื่อจะได้รู้จักโลกแห่งการงานอันแท้จริง และนำเรื่องราวเหล่านั้นมาเป็นวัตถุดิบให้กับงานเขียนของตัวเอง นี่เป็นกฎข้อหนึ่งที่เขาใช้แนะนำคนที่อยากเป็นนักเขียน นั่นคือการใช้ชีวิตให้เต็มที่นอกจากการอ่านให้มากๆ ขอความเห็นจากคนอื่น เขียนโดยไม่ต้องรอแรงบันดาลใจอะไรทั้งนั้น และเมื่อเขียนแล้วก็อย่ารีบส่งให้สำนักพิมพ์ แต่จงปล่อยไว้สักพัก กลับมาอ่านใหม่ แก้ไขอีกครั้ง ที่สำคัญ อย่าไปจริงจังกับกฎเกณฑ์ไวยากรณ์ทางภาษาให้มากนัก แต่ให้มุ่งมั่นถึงขั้นหมกมุ่นกับความชัดเจนของสิ่งที่จะสื่อสารดีกว่า

10 พฤศจิกายน 2017 เป็นวันเกิดครบรอบปีที่ 57 ของเขา มาอ่านนิยายของเกแมนกันเถอะ เพราะเขาบอกว่า

“สิ่งหนึ่งที่นิยายทำได้คือการสร้างความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เวลาคุณดูทีวีหรือดูหนัง คือคุณกำลังนั่งมองเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่น ส่วนถ้อยคำในนิยายเป็นอะไรที่คุณสร้างขึ้นจากพยัญชนะ 26 รูป กับเครื่องหมายวรรคตอนอีกกำมือ แล้วก็ตัวคุณ คุณคนเดียว ใช้จินตนาการของตัวเอง สร้างโลกและผู้คนขึ้นมามองสิ่งต่างๆ ผ่านสายตาคนอื่น คุณรู้สึกถึงเรื่องราว ได้ไปเยือนโลกและสถานที่ต่างๆที่ไม่เคยรู้จัก คุณได้เรียนรู้ว่าทุกคนนั้นก็ล้วนเป็นตัวฉันเหมือนกัน คุณได้อยู่กับคนอื่น แล้วเมื่อกลับมาอยู่ในโลกของตัวเอง คุณก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละเล็กละน้อย”