‘ลาน่า เดล เรย์‘ หญิงสาวผู้ชื่นชอบ “โลลิต้า” ของวลาดิเมียร์ นาโบคอฟ

เวลาที่เราคลั่งไคล้สิ่งไหนมากๆ เราก็อยากให้ทุกอย่างรอบตัวมีสิ่งนั้นอยู่ด้วย และอาจจะเผลอใส่ความในใจลงไปเองโดยไม่รู้ตัว เหมือนลาน่า เดล เรย์ นักร้องชาวอเมริกัน เธอชื่นชอบทุกสิ่งในยุค 50s-70s จึงใส่รายละเอียดต่างๆ ของยุคเหล่านั้นไว้ในเพลง เอ็มวี และการแต่งหน้า แต่งตัว

ลาน่าชอบอ่านนิยาย ก็นำเรื่องราวเหล่านั้นมาใส่ไว้ในเนื้อเพลงด้วย เรื่องที่เธอคลั่งไคล้เป็นพิเศษก็คือ “โลลิต้า” ของวลาดิเมียร์ นาโบคอฟ (https://readery.co/9786168053034) มีเพลงที่ตั้งชื่อว่า Lolita เหมือนนิยาย มีหลายเพลงที่ใช้ธีมจากเนื้อเรื่องโลลิต้า อย่างเพลง This Is What Makes Us Girls, Cola (Pussy) และ Gods And Monsters ล้วนพูดถึงชายหนุ่มที่ถูกเด็กสาวปั่นหัว

เพลง Off To The Races ก็มีท่อนฮุกที่ร้องว่า ‘light of my life, fire of my loins.’ ซึ่งเป็นประโยคเปิดเรื่องของโลลิต้าเลยนะ เอาให้ชัดไปอีกคือ เพลงนี้พูดถึงหญิงสาวที่กำลังจะติดคุก เลยไปขอความช่วยเหลือจากชายคนรักที่อายุมากกว่า ถ้าลองฟังดีๆ ในเพลงนี้ลาน่าจะใช้เสียงร้องสองแบบ เธอแทนตัวเองเป็นหญิงสาวในเนื้อเพลง ท่อนที่เล่าถึงชายคนนั้นจะใช้เสียงร้องแบบปกติ และถ้าเป็นท่อนที่คุยกับผู้ชาย เหมือนเธอจะบีบเสียงให้เล็กลง (เหมือนใช้เสียงสอง)

พอลองวิเคราะห์ลึกๆ แล้วเจอรายละเอียดเยอะเเยะแบบนี้ก็รู้สึกทึ่งกับการเชื่อมโยงเนื้อเรื่องในหนังสือมาไว้ในเพลง และอยากลองกลับไปฟังเพลงของลาน่าใหม่อีกทีเลย อยากรู้ด้วยว่าเธอชอบอ่านอะไรอีกบ้างนอกจาก ‘โลลิต้า’

เท่านั้นไม่พอ ลาน่ายังสักชื่อนักเขียนไว้ตรงแขนด้วย เธอสักว่า Nabokov Whitman ซึ่งก็คือ วลาดิเมียร์ นาโบคอฟ กับวอลท์ วิทเเมน นักเขียนชาวอเมริกัน

แถมอีกนิด เรามักจะเห็นลาน่าในมุมของศิลปิน ติสท์ๆ แต่เธอก็มีมุมเนิร์ดๆ ที่สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์อยู่เหมือนกันนะ เพราะเธอคิดว่าชีวิตนี้มีมากกว่าแค่ศิลปะและเพลง ยังมีเรื่องวิทยาศาตร์และการค้นหารากเหง้าของมนุษยชาติ! และเคยให้สัมภาษณ์กับ GQ.com ว่ากำลังติดตามเรื่องการให้กำเนิดมนุษย์โดยใช้สารสังเคราะห์ทางเคมี