จอร์จ วิทแมน กับร้าน Shakespeare and Company

ร้านหนังสือที่ฉันอยากไปเยือนมากที่สุดในโลกไม่ใช่ร้านที่มีหนังสือเยอะที่สุดหรือสวยที่สุด แต่เป็นร้านที่มีประวัติศาสตร์มานาวนานและเต็มไปด้วยความหลังมากที่สุด ซึ่งก็คือร้าน Shakespeare and Company ที่ประเทศฝรั่งเศส

หลายคนอาจจะรู้สึกคุ้นหูกับชื่อนี่ นั่นอาจเป็นเพราะคุณได้อ่านเรื่อง “ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ” ที่เล่าถึงนักข่าวตกอับที่หนีไปพึ่งใบบุญที่ร้านหนังสือแห่งนี้ Shakespeare and Company เป็นเหมือนจุดพักและจุดเริ่มต้นของนักเขียนไส้แห้งทั่วโลก พวกเขาเหล่านั้นสามารถเข้ามากิน นอน อ่าน และเขียนในร้านได้ แลกกับทำงานเล็กๆ น้อยๆ

นักเขียนดังระดับโลกที่เคยแวะเวียนมาที่ร้านนี้ก็เช่น อนาอิส นิน, เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์, เอฟ. สก็อตต์ ฟิซเจอรัลด์ และเฮนรี่ มิลเลอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังร้านหนังสืออิสระที่กลายเป็นชุมชนอันเข้มแข็งของนักอ่านนักเขียนทั่วโลกร้านนี้ก็คือ จอร์จ วิทแมน ชายอเมริกัน เจ้าของร้านรุ่นที่สอง

ผู้ก่อตั้งร้านนี้คนแรกคือ ซิลเวีย บีช ซึ่งจำเป็นต้องปิดร้านไปชั่วคราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และวิทแมนก็ซื้อร้านนี้ต่อมาอีกที เขาเป็นอดีตทหารกองทัพอเมริกัน ช่วงแรกที่มาถึงวิทแมนนำคูปองแลกอาหารของตัวเองไปแลกกับหนังสือของทหารคนอื่นๆ จนเยอะพอจะทำให้ห้องพักของเขาแลดูเหมือนห้องสมุดส่วนตัวขนาดเล็ก

ความฝันอย่างหนึ่งของวิทแมนคือ การเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่ทำให้โลกที่ทุกคนก้มหน้าก้มตาทำงานน่าอยู่มากขึ้น คอลเลคชั่นส่วนตัวของเขาเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนต้องขยับขยายออกจากห้องพัก จนกระทั่งเขาได้ซื้อต่อร้านจากซิลเวีย และซิลเวียก็อนุญาตให้เขาใช้ชื่อร้านเดิมต่อได้

แล้ววิทแมนก็ทำให้ Shakespeare and Company เป็นมากกว่าร้านหนังสือ นี่คือสถานที่ที่มีพลังงานและจิตวิญญาณของนักอ่านอยู่เต็มเปี่ยม เขาตั้งใจรวบรวมวรรณกรรมภาษาอังกฤษชั้นดีให้ครบถ้วน เปิดคอร์สสอนภาษารัสเซียบ้าง ภาษาอิตาเลียนบ้าง บางครั้งก็เปิดให้ถกเถียงกันเรื่องมุมมองทางการเมือง

นอกจากคอลเลคชั่นหนังสือในร้านจะดีงามแล้ว เขายังไม่ละเลยบรรดาแขกที่แวะเวียนมา ถ้าใครอยากพักที่นี่ ก็ยินดีเปิดห้องให้นอน ถ้าไม่รังเกียจจะนอนกับพื้นร้านก็ได้นะ นอกจากที่พักแล้ว วิทแมนยังทำอาหารเลี้ยงอยู่เสมอด้วย อนาอิส นิน เรียกเขาว่า “นักบุญกลางกองหนังสือ”

ตอนนี้ผู้ที่ดูแลร้านต่อจากวิทแมนคือ ซิลเวีย ลูกสาวที่เขาตั้งชื่อตาม ซิลเวีย บีช แม้ร้านจะขยับขยายและมีการปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่จิตวิญญาณและมนต์วิเศษของร้านหนังสือที่วิทแมนร่ายเอาไว้ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย