Why Classic! 5 — The Sound and the Fury

อย่างที่รู้กันด้วยชื่อเสียงว่า The Sound and the Fury หรือ ความเดือดดาลในกระแสเสียง เป็นหนังสือที่ยากจะอ่านให้รู้เรื่อง ดังนั้นการถกหนังสือเล่มนี้ในวงสนทนาก็เป็นเหมือนการแบ่งปันประสบการณ์การอ่านที่หลากหลาย และอาจทำให้เราเห็นและสัมผัสความรู้เรื่องในความไม่รู้เรื่องนี้บ้างก็เป็นได้

 

 

พื้นที่การรับรู้ = เวลา?

เวลาดูเหมือนจะเป็น Motif (อนุภาคทางวรรณกรรม หมายถึงสิ่งที่ปรากฏต่อเนื่องในวรรณกรรมเรื่องนั้นๆ) ที่ Faulkner ใช้เล่นและสำแดงตัวตนของตัวละครออกมาได้น่าสนใจ โดยเฉพาะ Benjy ซึ่งเป็นตัวละครที่มีปัญหาการรับรู้ทางด้านเวลา ทำให้เวลาอ่านๆไปเราจะวาร์ปมาช่วงเวลาใดก็ไม่อาจทราบได้ และนี่เป็นจุดลวงจุดแรกที่คนอ่านจะติดกับกับดักของ Faulkner

ในวงนี้เราพบว่าจริงๆ แล้ว Benjy อาจไม่ได้มีปัญหาการรับรู้ทางด้านเวลา แต่อาจเป็นเราเองที่ไม่เข้าใจเวลา เราเข้าใจเวลาในฐานะ ‘นาที-ชั่วโมง’ บนหน้าปัดนาฬิกา และ ‘วัน-ปี’ บนปฏิทิน เราเข้าใจเวลาในฐานะตัวเลขสมมติ แล้วเวลา ‘ช้า-เร็ว’ บนพื้นที่ความรู้สึกของเราล่ะ ไม่ใช่เวลาหรอกหรือ? บ่อยครั้งเราอาจรู้สึกว่าเวลาทำงานวันนี้มันช้าแต่บางวันมันเร็วทั้งที่เวลาสมมติบนหน้าปัดเท่ากัน

สิ่งที่ต่างคือการรับรู้พื้นที่เวลาของเรา พอเรามองเวลาด้วยพื้นที่การรับรู้เราจึงจะเข้าใจว่า Benjy ยึดโยงพื้นที่การรับรู้ต่อสิ่งเร้าโดยเฉพาะกลิ่นและเสียง เกี่ยวโยงไปสู่ Caddy เวลาสำหรับ Benjy อาจเป็นพื้นที่การรับรู้ว่าจะมีวันพรุ่งนี้ที่มี Caddy และช่วงเวลาสงบสุขของครอบครัว Compson ไม่ใช่อนาคตที่ไร้เงาของเธอและความล่มสลายของตระกูล Compson

 

 

คนดำในสายตา Faulkner

คนดำในนวนิยายของ William Faulkner มีท่าทีที่ต่างออกไปจากคนดำในนวนิยายของนักเขียนคนอื่นๆ ที่มักให้ภาพความรัดทดหดหู่ หรือทำให้กลายเป็นตัวตลกไปเสีย คนดำของ Faulkner อาจเป็นเหมือนที่คนในวงกล่าวขึ้นว่า Dilsey ปฏิบัติกับ Benjy อย่างมนุษย์คนหนึ่ง ก็คงเป็นเช่นนั้นที่ Faulkner สร้างตัวละครผิวดำให้เป็นมนุษย์ที่ดีและเลวปะปนกันไป

นอกจากนี้ Dilsey แม้จะเป็นคนรับใช้ผิวดำแต่ก็เป็นผู้ดูแลมีอำนาจสั่งการในครอบครัว Compson หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น Mother Figure ผู้มีคุณสมบัติของแม่ตัวจริงของเรื่องนี้ ซึ่งสะท้อนภาพชีวิตวัยเด็กของ Faulkner ที่มี Caroline Barr หรือ Mammy Callie หญิงรับใช้ผิวดำเลี้ยงดู และเขาเองก็นำภาพแม่เลี้ยงผิวดำไปใส่ในนวนิยาย Soldiers’ Pay, The Sound and the Fury และโดยเฉพาะใน Go Down, Moses เขาเขียนคำอุทิศไว้ว่า

“To MAMMY Mississippi [1840-1940] who was born in slavery and gave to my family fidelity without stint or calculation of recompense and to my childhood an immeasurable devotion and love.”

“ขออุทิศแด่หมามี้ มิสซิสซิปปี (1840-1940) ผู้เกิดในทาสภาวะและมอบความภักดีแก่ครอบครัวเราโดยปราศจากระยะเวลาหรือสิ่งทดแทน และขออุทิศให้แก่วัยเยาว์ของผมที่เต็มไปด้วยการอุทิศตนและความรักที่หาที่สุดมิได้”

นอกจากนี้แล้วบนป้ายหลุมศพของเธอก็สลักข้อความลายมือของ Faulkner ลงไปด้วยว่า

“Mammy”
“Her white children bless her.”

“หมามี้”
“ลูกๆ ผิวขาวขอให้เธอไปสู่สุขคติ”

 

 

นี่เป็นเพียงประเด็นเล็กน้อยที่ได้เอ่ยถึงในวงสนทนากับนวนิยายอ่านไม่รู้เรื่องเล่มนี้ นวนิยายบางเรื่องอ่านคนเดียวกี่รอบต่อกี่รอบก็อาจไม่รู้เรื่อง เท่ามาคุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในวงสนทนาที่เต็มไปด้วยผู้ชื่นชอบในวรรณกรรม

ครั้งหน้าเราจะมาอ่าน Uncle’s Tom Cabin หรือ กระท่อมน้อยของลุงทอม หนังสือที่ว่ากันว่าได้ปลุกกระแสการเลิกทาสในสหรัฐอเมริกา มาเจอกันใน Why Classic! 6

 

 

อ้างอิง:

  • Davis, Thadious.(January/01/2006)..”Faulkner 101: The South And The Fury” Oprah. Accessed Mar 2017 (http://www.oprah.com/oprahsbookclub/faulkner-101-race-in-the-novels-of-william-faulkner)
  • Gleason Family.( May 15, 2011). “Caroline ‘Callie’ Barr Clark.” Find a Grave. Accessed Mar 2017. (https://www.findagrave.com/cgi-bin/fg.cgi?page=gr&GRid=69850973)