“เนินนางวีนัส” งานเขียนอีโรติกที่บรรยายจริตสามัญของมนุษย์ได้อย่างซื่อตรงและบริสุทธิ์งดงาม

สำนักพิมพ์ ไลบรารี่ เฮ้าส์ แนะนำผลงานรวมเรื่องสั้นอีโรติกของ อนาอิส นิน เล่มนี้ว่าเป็นงานเขียนที่บรรยายจริตสามัญของมนุษย์ได้อย่างซื่อตรงและบริสุทธิ์งดงาม

“หากว่าคุณได้บำรุงชีวิตเซ็กซ์ด้วยความน่าตื่นเต้นหฤหรรษ์และการผจญภัยต่างๆ และฉีดความรักเข้าไปในความเย้ายวน คุณจะกลายเป็นบุรุษผู้มีสมรรถภาพที่สุดในโลก แหล่งกำเนิดของอำนาจทางเพศคือความสนใจใคร่รู้และความคลั่งไคล้ใหลหลง คุณกำลังเฝ้ามองไฟดวงน้อยของมันมอดดับไปเพราะขาดอากาศ เซ็กซ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความซ้ำซากจำเจ ไร้ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ … เซ็กซ์จะต้องประกอบด้วยน้ำตา เสียงหัวเราะ ถ้อยคำ คำสัญญา ภาพฉากต่างๆ ความหึงหวง ความริษยา และรสชาติอันหลากหลายของความกลัว”

อนาอิส นิน เปรียบดั่ง ‘แม่เล้าแห่งสำนักนางโลมวรรณกรรม’ เพราะในชีวิตจริง เธอคือแม่เล้าสำหรับกลุ่มนักเขียนผู้หิวโหยที่ต้องเขียนงานอีโรติกเพื่อขายให้ “นักสะสมหนังสือ” ผู้ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตนอ่าน ด้วยค่าจ้างเขียนเรื่องหน้าละหนึ่งดอลล่าร์ และ “เนินนางวีนัส” คือหนึ่งในงานเขียนจำนวนนั้น

เนินนางวีนัส (DELTA OF VENUS) เรื่องสั้นหวามไหว 15 เรื่องที่อนาอิส นินผู้ลุ่มหลงเสน่ห์ของภาษาได้ใช้ทักษะความสามารถและพรสวรรค์ทางศิลปะ รวมทั้งพื้นฐานความรู้ด้านจิตวิทยามาเชื่อมหลอมรวมกัน รังสรรค์งานเขียนชิ้นนี้ออกมาได้อย่างรุ่มรวยไปด้วยสุนทรียภาพ ชวนให้ผู้อ่านเพลิดเพลินไปกับจินตภาพที่เกิดขึ้น ทั้งยังนำบริบททางสังคมมาเคล้นคลึง สอดใส่ ร้อยเรียงอย่างมีอรรถรสและรื่นรมย์ แม้นว่าประวัติศาสตร์ตั้งต้นของตัวหนังสือจะดูเหมือนว่าคุณค่าความเป็นวรรณกรรมถูกลดทอนให้กลายเป็นเพียงสินค้าสนองความใคร่ก็ตาม

เนินนางวีนัส คืองานเขียนอีโรติกที่ อนาอิส นิน เชื่อว่าสามารถอธิบายสิ่งที่ร่างกายรู้สึกและสิ่งที่หัวใจสัมผัสได้แตกต่าง หรืออาจจะดีกว่าภาษาอีโรติกของนักเขียนชาย

 

″มายอก้าร์″

 

″สายน้ําทําให้ถันของเธอกระเพื่อมเหมือนดอกบัวใหญ่กําลังลอยน้ํา เขาจูบมัน เพราะกระแสน้ําไม่นิ่งทําให้เขาไม่สามารถครอบครองเธอได้จริงๆ แต่องคชาตของเขาสัมผัสปลายจุดอ่อนไหวที่สุดของพื้นที่สงวนของเธอแล้ว″

คนแปลกหน้าสองคนโอบกอดกันใต้น้ำกลางดึก ทั้งที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า

พวกเขาหยอกเย้า คลอเคลีย เกี่ยวกระหวัดกันเนื้อแนบเนื้อ ร่างแนบร่าง เกลียวคลื่นโยกโยน น้ำทะเลอุ่นชวนเคลิบเคลิ้ม สัมผัสนุ่มลื่นของเนินนาง และใต้แสงจันทร์รำไร เราเห็นเรือนร่างของทั้งสองสั่นสะท้านด้วยความสุขสม

ในเรื่องสั้น ″มายอก้าร์″ อนาอิส นิน เชื้อเชิญให้คุณดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลที่มีรสหวานเจือเค็ม

 

“โรงเรียนประจำ”

 

“เจ้าเคยจินตนาการถึงรสสัมผัสไหม เคยครุ่นคำนึงถึงสตรีเพศไหม เคยพยายามนึกภาพผู้หญิงเปลือยกายหรือเปล่า ในยามราตรีบนเตียงนอนเจ้าทำอะไร เคยสัมผัสกายตัวเองหรือไม่ เคยลูบไล้กายตนด้วยความรักหรือเปล่า เจ้าทำอะไรในยามเช้าเมื่อเกิดอาการตั้งชัน มีอาการแข็งตัวใช่ไหม เจ้าเคยแอบมองเด็กชายคนอื่นๆ ขณะที่พวกเขาแต่งตัวหรืออาบน้ำหรือเปล่า”

เรื่องสั้น “โรงเรียนประจำ” ของ อนาอิส นิน เป็นเรื่องสั้นที่เธอแอบเข้าไปสำรวจเรื่องราวรักเร้นในโรงเรียนประจำชายล้วน เด็กชายในโรงนอนเตียงไม้ บาทหลวงและพิธีสารภาพบาปอันแปลกวิตถาร รวมทั้งเด็กชายผมบลอนด์อันแบบบางและเหตุการณ์ในสวนพฤกษศาสตร์กับเพื่อนหนุ่มอีกเก้าคน

อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้จบลง คงต้องเรียก อนาอิส นิน ด้วยฉายาใหม่ว่า #เจ้าแม่ฟิควายผู้มาก่อนกาล

 

“แหวน”

 

ในเรื่อง “แหวน“ อนาอิส นิน เล่าถึงความรักระหว่างหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญอุปสรรคจากเรื่องเชื้อชาติและชนชั้น

หนุ่มรูปงามชาวอินเดียนนายหนึ่งตกหลุมรักสาวเปรู เเต่ถูกพ่อเเม่ของฝ่ายหญิงขัดขวาง เขาอยากแสดงความรักและความเป็นเจ้าของ เขาไม่อยากครอบครองเธอไว้แค่ในใจ จึงเเอบซ่อนเเหวนหมั้นไว้กับตัว

แหวนเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของคำมั่นสัญญา คล้ายกับโซ่ที่ผูกมัดเเละสร้างเงื่อนไขของความสัมพันธ์นั้นไว้

“แหวนอยู่ที่ไหนคะ“ หญิงสาวเอ่ยถาม คำตอบที่ได้รับทำให้เธอเกือบสิ้นสติเพราะ…

“เขาจึงจับมือเธอ แล้วนําไปยังที่เฉพาะระหว่างขาของเขา นิ้วมือของหญิงสาวสัมผัสองคชาตของเขาเป็นลําดับแรก แล้วเขาก็เลื่อนนิ้ว ของเธอต่อไปจนเธอสัมผัสได้ว่ามีแหวนสวมอยู่ที่ส่วนโคน สัมผัสของมือ หญิงสาวทําให้เครื่องเพศของเขาแข็งขึ้น แต่แล้วเขาก็ร้องออกมาเพราะ แหวนรัดจนสร้างความเจ็บปวดให้เขาอย่างสาหัส”

สัญญารักนี้ทำให้หญิงสาวยอมหนีตามชายหนุ่มไป แม้ไม่อาจรู้ได้เลยว่าชะตากรรมข้างหน้านั้นจะเป็นเช่นไร

 

“มาธิลด์”

 

“ในดวงตาของเขา เป็นแววตาเหมือนแมวที่ออดอ้อนให้คนสัมผัสลูบไล้แต่ไม่เคยรักใครเลย คนที่ไม่มีวันรู้สึกว่าจะต้องตอบสนองต่อไฟปรารถนาที่เขาจุดขึ้นมา”

อันโตนิโอ คือผู้ชายที่มีแววตาแบบนั้น ผู้ชายที่เหมือนแมว

เขาอยู่กินกับนางบำเรอเลือดผสมแอฟริกันผู้มีหน้าอกเย้ายวน ปลายถันงอนขึ้น และปลุกเร้าให้เขาชูชันได้ทุกครั้ง “ราวกับว่าเครื่องเพศของเขามีแรงดึงดูดอย่างประหลาดกับหน้าอกคู่นี้”

อนาอิส นิน เล่าถึงแรงดึงดูดชนิดนี้ต่อว่า “…ทันทีที่เขาเห็นมันในซ่องนางโลมอันเป็นที่ที่เขาค้นพบเธอ องคชาตของเขาก็ตั้งชันขึ้นมาท้าทายถันคู่นั้นอย่างไม่ยอมน้อยหน้า”

แต่อนาอิส นิน ก็ทิ้งปริศนาอันลึกลับของอันโตนิโอไว้อย่างน่าฉงน เพราะอันโตนิโอแทบจะไม่สนใจไยดีกับร่างกายครึ่งล่างของนางบำเรอผู้มีหน้าอกยั่วยวนคนนี้เลย

“ขณะที่เธอเกิดอารมณ์ทางเพศเพราะสัมผัสลูบไล้ของเขา ร่างกายครึ่งล่างของเธอกลับถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ขาของเธอสั่นระริก วิงวอนอย่างสุดกำลัง โยนีเปิดอ้าออก แต่เขาก็ไม่สนใจมันเลย เขาอ้าปากรวบถันเธอไว้เต็มปากและวางองคชาตไว้ที่นั่น เพราะเขาชอบดูน้ำรักพุ่งกระจายไปทั่วอกอิ่ม ร่างกายส่วนอื่นๆ ของเธอจะบิดเร่าอยู่ในพื้นที่ว่าง เรียวขาและจุดอ่อนไหวจะม้วนขดราวใบไม้ในการลูบไล้แต่ละครั้ง สะบัดไหวอยู่ในอากาศ และในที่สุดเธอก็จะวางมือลงตรงนั้นและสำเร็จความใคร่ให้ตนเอง”

อันโตนิโอ ผู้ชายที่มีแววตาเหมือนแมว ผู้ไม่สนใจไยดีที่จะเติมเต็มความปรารถนาอย่างสมบูรณ์ให้หญิงสาว เขากุมความลับอะไรไว้หนอ…

อนาอิส นิน จึงส่ง ‘มาธิลด์’ หญิงสาวช่างทำหมวกจากปารีส ให้เดินทางมายังกรุงลิมา เพื่อมาพบกับอันโตนิโอ ชายผู้มีแววตาเหมือนแมวที่กุมความลึกลับอะไรบางอย่างไว้ ในเรื่องสั้นอิโรติกเรื่องที่สองใน “เนินนางวีนัส” เล่มนี้

 

เนินนางวีนัส (Delta of Venus) โดย Anaïs Nin (รังสิมา ตันสกุล แปล, สนพ. Library House)