5 เหตุการณ์รักและหลงใน “ร่างของปรารถนา”

“ร่างของปรารถนา” นวนิยายเรื่องใหม่ของ อุทิศ เหมะมูล เล่าเรื่องราวผ่านชีวิตของศิลปินชายคนหนึ่ง ควบคู่ไปกับเรื่องศิลปะและเหตุการณ์ทางการเมือง แต่นอกจากสองประเด็นหลักที่ใส่มาอย่างเข้มข้นแล้ว ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เข้าสิง’ ตัวละครเอก กับชายและหญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ลองอ่าน 5 เหตุการณ์รักและหลงในความสัมพันธ์หลายหลายที่อยู่ในนวนิยายเล่มนี้…

 

 

 

หนุ่มน้อยกับกวีสาว

“เธอหยุดเบื้องหน้าภาพภาพหนึ่ง พักตาไว้ที่นั่น สงบและนิ่งงันและเอมใจ เขาเข้าไปยืนข้างเธออย่างเงียบๆ มองสายตาเธอที่มองดูภาพ และนั่นเองที่เขาสะกิดเธอเบาๆ พอเธอหันหน้ามา เขายื่นหน้าไปประทับจูบที่ริมฝีปาก เธอผงะ งงงัน แสดงอาการประหลาดใจ นับแต่วินาทีถัดไป ความใกล้ชิดที่เคยมีก่อนหน้า กลายกลับเป็นห่างไกล”

 

 

รักเจ้ากับเข้าสิง

“นี่เธอจะไม่เหลือพื้นที่ของโลกซับซ้อนไว้เลย? โลกลึกลับ คู่ตรงข้าม ว่าอย่างทำอีกอย่าง” เธอว่า “ประสบการณ์ที่เธอเข้าร่วมไปกับมัน กลายไปเป็นมัน ไม่รู้เรื่องรู้ราวยังไง พอเดินเข้าไปแล้วออกมาก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนเดิม เธอต้องทำให้ทุกอย่างอ่านออก เป็นที่เข้าใจได้ไปทั้งหมดงั้นเหรอ” เธอเอนหลังหวังพิงผนังตึก ระยะดูห่างมากกว่าไม่ใช่หลังแต่เป็นศีรษะที่จะกระทบกำแพง เขาผวาเข้าไปโอบก่อนหัวเธอจะกระแทกผนังอย่างแรง

เขากอดเธอแน่นและแรงขึ้น ไม่มีคำพูด

ลมหายใจร้อนผ่าว ริมฝีปากร้อนเผาบดกัน กลิ่นบุหรี่ที่ปากเขา กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจเธอเข้าสอดกัน เมื่อทรงตัวได้แล้วเธอผลักเขาออกเบาๆ

“ฉันรู้ว่าฉันจะปลอดภัย ไม่หงายหลังลงไปจริงๆ เธอรู้ใช่มั้ย”

เอาสิ อธิบายปรากฏการณ์นี้ให้เข้าใจ ทำให้กระจ่าง อย่างที่นายมักทำ จูบนั้นจงใจหรือบังเอิญ นายเลือกเอา

 

 

ฟ้ากับเข้าสิง

“…เคยคิดไหมว่าถ้าอยู่กับคนอื่นชีวิตคุณจะดีกว่านี้ ปกติกว่านี้ คุณไม่จำเป็นต้องเจอเรื่องแบบนี้”

“ทำไมผมต้องคิด ในเมื่อผมอยู่กับคุณตอนนี้”

“ก็อาจจะมีคนประเภทคุณที่รู้สึกว่าเป็นพันธะอะไรสักอย่างที่จะต้องดูแลใส่ใจใครสักคน เป็นผู้รักษา คอยบำบัดเยียวยา และมีความรู้สึกดีที่คนในความดูแลหายได้ในตอนท้าย”

คุณพูดอย่างนี้กับผมทำไม

เธอมองไปที่กีตาร์คลาสสิกซึ่งถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยกาว เล่นไม่ได้อีกแล้ว คงไว้แต่รูปทรงที่พอจะเห็นเค้าเดิม “เหมือนอย่างที่คุณทำกับมัน” เธอบอก “เสียงของมันถูกทำลาย เหลือแต่ซากทรงพิกลพิการ เสียงของมันไม่อยู่ที่นั่นแล้ว”

เธอน้ำตาร่วงเผาะ

ผมก็เหมือนกัน คุณรู้ไหม ผมก็เหมือนกัน…

 

 

น้ำกับเข้าสิง

นึกถึงโมงยามเก่าๆ เมื่อสามถึงสี่ปีก่อน เราสองยืนพิงราวกั้นสะพาน เปลี่ยนมานั่งหย่อนขาริมถนน คุยเรื่องสัพเพเหระ ชีวิตไร้สาระ อย่างนั้นแหละที่ความผูกพันถักสานขึ้น ดึกคืนนี้เราก็ทำกันเช่นนั้น ที่ซึ่งปลอดหูตาผู้คน ที่ซึ่งต่างไม่มีใครสนใจกัน เราจับมือกันที่นั่น สานสอดจนแน่นและนาน นานจนร้อนและชื้นเหงื่อ ขยับคลายนิดหน่อยแต่ไม่ปล่อยมือ เราโอบไหล่กัน กอดกัน จูบกัน น้ำพูดว่าอะไรนะชั่วขณะนั้น? ‘พี่ทำลายผม’ ไม่ใช่ นั่นพูดก่อนหน้านั้น ‘แล้วจะอยู่ยังไงต่อไป’ ใช่ไหม? ‘ชีวิตมีทางเดินไปเสมอ’ เขาพูดอย่างนั้นใช่ไหม? ‘ไม่’ น้ำพูด มองลงไปเบื้องล่าง สายน้ำเจ้าพระยาไหลลึกเงียบเชียบ อย่า อย่าทำ เขาไม่ได้พูด แต่คว้ามือชายหนุ่มกระชับเบาๆ ดึงชายหนุ่มเข้ามาในโมงยามผูกพันเหนียวแน่น ให้น้ำอยู่ตรงนี้ อย่าหลุดหนีไปไหน อย่าออกไปจากขณะนี้ สนใจทำไมอนาคต วันพรุ่งนี้ รุ่งสางกำลังจะมา พระอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นฟ้า ชีวิตมีเรื่องให้ผจญและแก้ไขกันไป มันเหนื่อยมันหนัก แต่ต้องสู้ไป แต่สิ่งเหล่านี้ในอนาคตช่างไม่น่าล่อใจเอาเสียเลย และแป๊บเดียวเอง ชายหนุ่มมอบความวางใจให้ชั่วขณะ ความรักไม่ต้องจับและรั้งกันแน่น แค่กุมกันไว้หลวมๆ ชั่วขณะนั้นแหละ ชายหนุ่มพุ่งตัวไปอีกด้าน ข้ามราวกั้นถนนไป ยืนยิ้มพอใจส่งให้เขา…

 

 

 

วารีกับศิลปินวัยกลางคน

“พี่จะเขียนผมไปอีกนานเท่าไร” เด็กหนุ่มเคยถาม “สักวันก็ต้องเบื่อ”

“ก่อนจะเบื่อก็ต้องชำนาญก่อน” เขาพูด “เส้นที่เราใช้จะเป็นตัวแทนของนาย เป็นภาพเสนอของนาย จากนั้นก็จะไม่ใช่นายอีก กลายเป็นบุคลาธิษฐานของสิ่งหนึ่ง เป็นความปรารถนาของผู้ที่วาดมันขึ้นมา”

“แต่มันเป็นเพียงการเห็น” วารีพูด “พี่ไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสผม ศิลปินจะถ่ายทอดสิ่งนั้นออกมาได้ครบถ้วนยังไงในเมื่อเขาไม่มีประสบการณ์ร่วมกับแบบมากไปกว่าการมองเห็น”

“อยากให้เราแตะต้องตัวเหรอ” เขาถาม เด็กหนุ่มพยักหน้า “สัมผัสจะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ หากเราแตะต้องตัวนายด้วยมือ ต่อไปก็จะด้วยปาก จากนั้นเราจะเอากัน แล้วจากนั้นจะเกิดความรู้สึกประดักประเดิดขัดเขิน เราจะมองกันด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม”

“ใครจะไปรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น แต่ผมจะทำ เล่นบทให้พี่วางดินสอและพู่กัน แล้วมาจับดินสอของผม” เด็กหนุ่มพูดต่อ “ผมอยากให้พี่จับดินสอของผม รูดขึ้นลงช้าๆ”

“เป็นแค่ดินสอเหรอ”

“พี่เห็นอยู่แล้วว่าเป็นแค่นั้นหรือเปล่า”

 

 

 

 

ร่างของปรารถนา โดย อุทิศ เหมะมูล สำนักพิมพ์จุติ