Breakfast at Tiffany’s เมื่อนิยายกลายเป็นหนัง

ในฉากเปิดเรื่อง Breakfast at Tiffany’s ภาพที่ผู้ชมได้เห็นหญิงสาวร่างบางในชุดดำรัดรูปสวมถุงมือยาวถึงข้อศอก มีสร้อยเพชรสวมพอดีคอ เกล้าผมสูงกำลังยืนหน้าร้านขายเครื่องประดับชื่อก้องโลก และต่อมาก็กลายเป็นภาพโปสเตอร์ที่ติดอยู่บนฝาผนังในบ้านคนทั่วโลกนั้น ลองจินตนาการดูอีกครั้งว่าถ้าหญิงคนนั้น คือ มาริลีน มอนโร ล่ะ

ทำไมเราถึงชวนให้คุณนึกถึงมารีลิน มอนโร?

เพราะ ออเดรย์ เฮ็ปเบิร์น ดาราสาวสวยซึ่งแสดงนำในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่นักแสดงที่ ทรูแมน คาโพที ต้องการให้มาสวมบทของ ฮอลลี่ โกไลต์ลี หญิงสาว “ไร้อาชีพ” แต่มีเงินทองจับจ่ายและใช้ชีวิตหรูหราในนิวอยร์กได้อย่างสบายๆ คาโพที อยากได้มาริลีน มอนโร ต่างหาก แต่ที่ปรึกษาด้านการแสดงของมอนโรไม่เห็นด้วย บทนี้จึงตกมาเป็นของ “เจ้าหญิงแห่งวงการฮอลลีวู้ด” ฉายาของเฮปเบิร์น และทำให้บท “ฮอลลี่” ของเธอ ถือเป็นบทที่โด่งดังที่สุดในชีวิตการแสดง

เมื่อได้เฮปเบิร์นมาแสดง ย่อมไม่แปลกที่ฮอลลีวู้ดจะเปลี่ยนเรื่องราวในหนังสือใหม่หลายฉากหลายตอนรวมทั้งตอนจบ เพราะอาชีพ “Call Girl” ของฮอลลี่ในหนังสือ ยังไงก็ไม่เหมาะกับภาพลักษณ์ของ “เจ้าหญิง” อย่างแน่นอน

 

 

ถึงหนังและหนังสือจะต่างกัน แต่มีหลายอย่างที่โด่งดังเป็นผลจากหนังเรื่องนี้ อย่างเช่น

—โลกได้รู้จักเพลง Moon River เพลงประกอบหนังที่กลายเป็นเพลงคลาสสิกสำหรับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ขึ้นไป และยังเปิดฟังกันอยู่

—ชุดดำรัดรูปที่ออเดรย์ เฮปเบิร์นสวมในฉากเปิดเรื่องเป็นชุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ โดยดีไซนเนอร์จีวองชี และถูกประมูลหลังจากนางเอกสาวเสียชีวิตไปเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสตามเจตนารมย์ของเธอ โดยมีมูลค่าสูงกว่าเก้าแสนดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในชุดที่ใช้ในภาพยนตร์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

—อพาร์ทเมนต์ที่ใช้ถ่ายทำเป็นห้องของฮอลลี่ขายได้ถึง 5.85 ล้านดอลลาร์

—แว่นตาทรงที่ออเดรย์สวม ทุกวันนี้คุณก็สามารถหาซื้อได้ เพราะ Goldsmith ผลิตออกมาขายเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของหนังเรื่องนี้