The Trojan Horse (มหากาพย์อิเลียดไม่มีม้าไม้เมืองทรอย)

หากพูดถึง “มหากาพย์อิเลียด” หรือสงครามกรุงทรอย สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในหัวของเราคงหนีไม่พ้น ‘ม้าโทรจัน’ หรือม้าไม้เมืองทรอย (Trojan Horse) ม้าตัวนี้เป็นสัญลักษณ์ที่คนทั่วโลกรู้จักและมีประโยคที่พูดกันว่า “หากพูดถึงอิเลียด ก็ต้องมีม้าโทรจัน” จนกลายเป็นความเข้าใจผิดของคนทั่วไปว่าในมหากาพย์อิเลียดมีฉากกล่าวถึงม้าโทรจันด้วย

ม้าโทรจันเป็นกลยุทธ์การศึกที่ตัดสินสงครามระหว่างฝั่งกรีกและฝั่งโทรจัน ซึ่งควรจะเป็นจุดไคลแม็กที่พีคที่สุดของเรื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้วม้าไม้ตัวนี้กลับถูกกล่าวถึงใน “มหากาพย์โอดิสซีย์” การผจญภัยรอนแรมร่วม 10 ปี เพื่อกลับบ้านไปหาลูกและเมียของโอดิสซีอุส (Odysseus) วีรบุรุษที่กล่าวกันว่าเป็นผู้คิดกลยุทธ์ม้าไม้เมืองทรอย และ “มหากาพย์เอเนียด” ที่เล่าเรื่องการลี้ภัยไปตั้งเมืองใหม่ของ อีเนียส (Aeneas) วีรบุรุษฝั่งทรอย หลังจากที่เมืองทรอยแตก มหากาพย์อิเลียดจะมุ่งเน้นไปที่ความโกรธเกรี้ยวของ อาคิลลีส (Achilles) เป็นหลัก เหมือนที่ประโยคเปิดเรื่องเปิดว่า “พิโรธแห่งอาคิลเลวส์” ทำให้อิเลียดเป็นมหากาพย์แห่งสนามรบ ซึ่งจุดไคลแม็กของเรื่องอยู่ที่การต่อสู้ระหว่างอาคิลลิสและเฮ็กเตอร์เสียมากกว่า

The Procession of the Trojan Horse in Troy by Domenico Tiepolo (1773) (Wikipedia)

เมืองทรอยมีอยู่จริงและม้าโทรจันไม่ใช่แค่ตำนาน

เมืองทรอยและม้าโทรจันเป็นเพียงแค่ตำนานจากอารยธรรมคลาสิค (อารยธรรมกรีก-โรมัน) ที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน แต่มีปรากฏเค้าลางว่าเมืองทรอยมีอยู่จริง เมื่อไฮน์ริช ชลีมานน์ (Heinrich Schliemann) นักโบราณคดีชาวเยอรมันเริ่มลงมือตามหาและขุดค้นซากเมืองทรอยที่หลงเหลืออยู่ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ทรอยเป็นเมืองที่เคยมีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ทว่าบรรดานักประวัติศาสตร์ก็ยังเคลือบแคลงกับขนาดเมืองที่ชลีมานน์ขุดเจอ ด้วยมันเล็กเกินกว่าที่จะเป็นเมืองใหญ่ตามที่โฮเมอร์ได้บรรยายไว้ จนกระทั่งช่วงทศวรรษ 1990 ได้มีการขุดลึกลงไปบริเวณซากเมืองที่ชลีมานน์พบ จนเจอซากเมืองเก่าที่ใหญ่กว่าเกือบสิบเท่า อันเป็นหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าทรอยต้องเป็นเมืองใหญ่ในอดีตแน่นอน

หากทรอยเป็นเมืองที่มีอยู่จริงแล้ว ม้าไม้โทรจันก็ย่อมเป็นสิ่งที่มีจริงด้วยเช่นกัน เพียงแต่ไม่น่าจะใช่สิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ที่พอจะให้มนุษย์เบียดอัดอยู่ภายในได้ แต่คาดว่าจะเป็นเครื่องกระทุ้งประตูเมือง (Battering Ram) รูปหัวม้า หรืออาจเป็นเครื่องจักรกลปิดล้อม (Siege Engine) ที่ได้รับการห่อหุ้มด้วยหนังม้าเปียกเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยไฟจากฝ่ายศัตรู (อาจเป็นชื่ออุปกรณ์นั้นๆ ด้วยเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มักตั้งชื่อจักรกลปิดล้อมตามชื่อสัตว์) ซึ่งจุดประสงค์ของทั้งอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้ หรือแม้แต่กลม้าไม้โทรจัน ล้วนมีจุดร่วมกันคือ การทำลายประตูเมืองทรอยและทำลายเมืองนั้นให้ย่อยยับ

 

Trojan horse as depicted in the Vergilius Vaticanus (Wikipedia)

ม้าโทรจันในปัจจุบัน

ม้าโทรจันเป็นตำนานที่ดังมากจนกลายเป็นคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายความถึงการบ่อนทำลายศัตรูจากภายใน เหมือนเช่นกลยุทธที่ชาวกรีกมอบม้าไม้เป็นเครื่องกำนัล เพื่อแสดงถึงการยอมแพ้สงคราม ชาวเมืองทรอยก็ลากม้าไม้เข้าเมืองด้วยความยินดี หารู้ไม่ว่าทหารกรีกที่ซ่อนอยู่ภายในจะบุกออกมายามค่ำคืนและยึดเมืองทรอยได้สำเร็จ นอกจากเป็นคำศัพท์แล้ว ยังเป็นชื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลอบเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ อาทิ ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน เลขที่บัญชีธนาคาร ตามเป้าประสงค์ของผู้สร้างเสมือนหนึ่งเป็นบัตรผ่านประตูเมือง

 

อิเลียด (Iliad) ฉบับภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์ทับหนังสือในครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางอันยาวนานนับพันปี กว่าการถ่ายทอดจากภาษากรีกโดยตรงมายังภาษาไทยจะเสร็จสมบูรณ์ แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นมีอิเลียดและโอดิสซีฉบับภาษาไทยที่แปลจากภาษาอังกฤษให้ผู้อ่านชาวไทยได้ลิ้มลองกันแล้ว แต่ไม่มีการแปลครั้งใดเทียบเคียงกับการแปลจากภาษากรีกโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการแปลแบบกวีนิพนธ์เล่าเรื่อง พร้อมทั้งเชิงอรรถที่ช่วยให้เราเข้าใจวรรณกรรมชิ้นนี้ยิ่งขึ้น

“มหากาพย์อิเลียด”  แปลจากภาษากรีกโบราณเป็นภาษาไทยครั้งแรก โดย เวธัส โพธารามิก สนพ. ทับหนังสือ