Dear Reader นักออกแบบเพื่อคนรักหนังสือ

Dear Reader ผู้สร้างสรรค์งานภาพประกอบที่เกี่ยวข้องกับการอ่านให้กลายเป็นสินค้าสุดคูล อย่างเช่น เสื้อยืด ถุงผ้า การ์ด เพื่อคนรักหนังสือโดยเฉพาะ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะมาแนะนำตัวเองบ้าง เราจึงได้ถามถึงความในใจที่เขาอยากเล่า

Dear Reader มีความเป็นมาอย่างไร

หลังจบจากจิตรกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ก็ไปทำงานที่ SCG Paper 5 ปี แล้วก็ไปเรียนต่อที่สวีเดนสาขา Storytelling ครับ (เมื่อก่อนพอใครรู้ว่าไปเรียนด้านนี้ ทุกคนจะบอกว่า “เก๋” แต่ตอนนี้ พอบอกไป ทุกคนก็ทำเฉยแล้ว) ที่สวีเดนนี่เรียนอยู่ภาคกราฟฟิกซึ่งได้เรียนทั้งอิลลัสและฟิล์มด้วย เรียนจนเบื่อกราฟฟิกมาก หันไปทำแอนิเมชั่นแทน เป็นงานตอนจบได้รางวัลหนังสั้นที่ไทยด้วย แต่สุดท้ายก็กลับมาทำกราฟฟิกกับอิลลัสแบบเดิม

แล้วผมก็ยังทำร้านเสื้อที่จตุจักรมาตลอดประมาณสิบปี มันก็มีช่วงที่เบื่อ เลยอยู่บ้าน ไม่อยากทำงานประจำ อยากอ่านหนังสือเฉยๆ แต่คิดว่าเราควรหางานที่ทำกับหนังสือ (ป่ะวะ) เพื่อจะได้มีข้ออ้างในการอ่านหนังสือได้โดยไม่รู้สึกว่า “เฮ้ย มึงไม่ทำงานมั่งเหรอ” ก็เลยเกิดเป็น Dear Reader นั่นแหละครับ

Illustration by Dear Reader, © กำมะหยี่

ทำไมลูกค้าถึงเลือกเราเป็นคนวาดภาพประกอบ หรือออกแบบปกหนังสือ

ช่วงแรกๆ ที่ทำผมว่าน่าจะเพราะการคุย หมายถึงว่าเราคุยกันในฐานะคนชอบอ่านหนังสือมากกว่า คือเหมือนเราแชร์แง่มุมที่เราได้จากหนังสือ เช่น ตอนนั้นน่าสนใจ ตอนนั้นพีคมากๆ เอาจริงๆ ผมชอบคุยแบบนั้น คือไม่ได้คุยในแบบเป็นนักออกแบบเลยด้วยซ้ำ บางทีถ้าเจอกันคุยกันเรื่องหนังสือ คุยเรื่องสัพเพเหระแล้ว ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน เขาก็บอกว่า เอ้อ อย่าลืมออกแบบมาด้วยล่ะ

Illustration by Dear Reader, © สามัญชน

โจทย์ที่ยากที่สุดของการออกแบบปกหนังสือ

น่าจะเป็นตัวภาพรวมของหนังสือทั้งเล่ม ว่ามันกลมกลืนไปกับส่วนอื่นแค่ไหน อย่างงานที่รับมาจะมีตั้งแต่แค่ทำภาพประกอบ หรือทำทั้งปกไปเลย ซึ่งส่วนอื่นในหนังสือก็จะมีคนรับผิดชอบไป ในกรณีที่เราไม่ได้ดูภาพรวมตรงนี้ทั้งหมด มันจะเป็นลักษณะของความกังวลเสียมากกว่า คือกังวลในแง่ที่ว่าอยากให้มันออกมาดีที่สุด ซึ่งเป็นปกติของคนทำงานทั่วไป

เวลาต้องเร่งงานให้เสร็จ แล้วยังต้องเล่นกับแมวไปด้วย หาทางออกยังไง

ผมคิดว่าคนที่เลี้ยงแมวโดยทั่วไปไม่ได้คิดว่าการเล่นกับแมววันละยี่สิบรอบ ให้อาหารแมว เดินไปดูว่ามันทำอะไรอยู่เมื่อมันหายไป ถ่ายรูปแมวลงเฟสบุ๊ค เป็นเรื่องที่กินเวลา หมายถึงว่า แม้งานจะเร่งแค่ไหน หรือนาทีนี้ต้องส่งไฟล์งานแล้ว แต่เวลาที่เสียไปกับแมวเหมือนเป็นเวลานอก ไม่ถูกนับในการแข่งขันอะไรประมาณนั้น

Illustration by Dear Reader, © กำมะหยี่

อยากให้เล่าเบื้องหลังปก “คิดถึงคิสซิงเจอร์” ที่ทำให้สำนักพิมพ์กำมะหยี่

ผมมีความรู้สึกอย่างหนึ่งต่องาน เคเร็ต ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าผมอธิบายมันได้ถูกต้องนัก คือผมรู้สึกว่าเขามีความสามารถในการ balance อะไรหลายอย่างในงานเขียนของเขาไว้ได้ ถ้ามากหรือน้อยกว่านี้ มันจะไม่ขำแบบนี้นะ ผมนึกภาพถึงนักมายากลขี่จักรยานล้อเดียวแล้วยังต้องควงจานสามชั้นอะไรประมาณนั้น ส่วนภาพปกคือหนึ่งในออฟชั่นที่เลือกมาจากเรื่อง “คิดถึงคิสซิงเจอร์” เป็นตอนที่ตัวเอกต้องพกมีดยาวห้าฟุตขึ้นรถเมล์ เป็นท่อนที่ผมอ่านแล้วนั่งหัวเราะอยู่คนเดียว อย่างที่หลายคนจะอุทาน เหี้ยย ไรวะ….ครับ

ถ้าจะต้องวาดภาพประกอบก่อน แล้วให้เลือกนักเขียนทีหลัง จะเลือกใครให้เอาภาพของเราไปเขียนเป็นเรื่อง

ผมค่อนข้างชอบงานที่มีอารมณ์ขัน ความขี้เล่น มีกัดหยอกกันบ้าง นอกเหนือจากงานของเคเร็ตแล้ว ช่วงหลังมีหนังสือแปลหลายเล่มน่าสนใจ ที่ชอบมากคือ “ความเปลี่ยวดายอันกึกก้องเกินต้าน ” งานเขียนของ โบฮุมิล ฮราบัล คือมันทั้งหดหู่และขำไปพร้อมกัน เลยจะเลือกฮราบัล แม้เขาจะเสียชีวิตไปแล้ว ผมจะลองจุดธูปไปเรียกเขามาเขียนให้ครับ