“Go Set A Watchman” หรือฮาร์เปอร์ ลี ไม่ได้เขียนนิยายเอง

ในโลกวรรณกรรมอเมริกันคงไม่มีใครไม่รู้จัก “To Kill a Mockingbird” ของฮาร์เปอร์ ลี นักเขียนรางวัลพูลิเซอร์ปี 1961 ด้วยผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นวรรณกรรมประจำชาติอเมริกาเรื่องหนึ่งไปแล้ว และมันแทบจะกลายเป็นผลงานเพียงชิ้นเดียวของเธอ จนกระทั่งในปี 2015 “Go Set A Watchman” หนังสือที่คาดหวังกันว่าจะเป็นภาคต่อได้วางบนเชล์ฟหนังสือให้นักอ่านเสพกัน ทว่ามันกลับเป็นเพียงต้นร่างของนิยายเรื่องแรก เท่านั้น นี่คือหนังสือเล่มที่ 2 และเป็นผลงานเล่มสุดท้าย ก่อนที่เธอจะจากไปในปี 2016

 

To Kill A Mockingbird และ Go Set a Watchman ฉบับแปลภาษาไทย โดยสนพ.อมรินทร์

 

เมื่อ “Go Set A Watchman” วางขาย ก็มีนักวิจัยวรรณกรรมนำตัวบทนิยาย 3 เรื่อง ได้แก่ To Kill a Mockingbird, Go Set A Watchman และ In Cold Blood เข้าเครื่องวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบสไตล์การเขียน แล้วพบความน่าจะเป็นว่าทั้งในนิยายทั้งสองเรื่องของฮาร์เปอร์ ลี มีความเชื่อมโยงด้านสไตล์การเขียนแบบเดียวกับของทรูเเมน คาโพที ผู้เขียนเรื่อง “In Cold Blood” โดยเฉพาะกับ “Go Set A Watchman” จะมีสไตล์ที่คล้ายคลึงกับนิยายของคาโพทีเป็นพิเศษ มากกว่าที่พบใน “To Kill a Mockingbird” จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า หรือคนเขียน “Go Set A Watchman” จะเป็นทรูแมน คาโพที

“To Kill a Mockingbird” ผลงานเรื่องแรกของเธอ  ก็มีคนเคลือบแคลงสไต์การเขียนช่างใกล้กับทรูแมน คาโพที จนน่าสงสัยว่าหรือคาโพทีจะเป็นคนเขียนกันแน่ ข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งก็คือ เป็นเรื่องธรรมดาที่เรามักติดสไตล์การเขียนมาจากนักเขียนคนโปรด เพราะในเรื่องนี้ก็มีรูปแบบการเขียนที่คล้ายคลึงกับ “The Sound and the Fury”  ของวิลเลียม โฟล์คเนอร์ นักเขียนคนดังผู้มีอิทธิพลในฝากฝั่งใต้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็เป็นละแวกพื้นที่ไม่ไกลจากฮาร์เปอร์ ลี มิตรแท้สหายนักเขียนสองคนที่สนิทกันและชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน ก็ย่อมมีสไตล์การเขียนที่คล้ายคลึงกันเป็นเรื่องธรรมดา ไปจนถึงมีความเป็นไปได้ว่าความเหมือนนั้นเกิดจากทั้งคู่สลับกันช่วยแก้ไขต้นฉบับจนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ อย่างที่เรารู้ว่ามา ฮาร์เปอร์ ลี ช่วยตรวจทาน “In Cold Blood” ให้คาโพทีถึง 150 หน้า

มิตรภาพระหว่างฮาร์เปอร์ ลี และทรูแมน คาโพที นั้นยาวนานและเเน่นแฟ้นยิ่งนัก ทั้งสองคนเป็นคู่หูกันมาตั้งแต่เด็กๆ พวกเขารู้จักกันครั้งแรกตอนอายุเพียง 5 ปี เมื่อคาโพทีถูกแม่ส่งตัวให้ไปอยู่กับญาติในเมืองมอนโรว์วิล รัฐแอละบามา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของลี ตอนเด็กฝ่ายหญิงที่มีนิสัยออกห้าวจะเป็นคนปกป้องฝ่ายชายซึ่งตัวเล็กกว่าจากการถูกรังแกอยู่เป็นประจำ แม้ต่อมาคาโพทีจะย้ายไปอยู่นิวยอร์ก แต่พวกเขาก็ยังติดต่อกันอยู่สม่ำเสมอ ระหว่างรอการตีพิมพ์นวนิยายเล่มแรกของเธอ ลีก็อาสาไปเป็นผู้ช่วยคาโพทีค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเขียนเรื่อง “In Cold Blood”

แม้ไลฟ์สไตล์ของทั้งคู่จะต่างกันสุดขั้ว ในขณะที่ฮาร์เปอร์ ลี รักความสันโดษ แทบจะไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณชน ส่วนคาโพทีเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ขาประจำทุกปาร์ตี้ แต่มิตรภาพของทั้งคู่ก็เป็นของแท้ โดยก่อนที่ลีจะหายหน้าไปจากสื่อ เธอให้สัมภาษณ์เป็นครั้งสุดท้ายว่า นักเขียนอเมริกันที่เธอชื่นชมและคิดว่าดีที่สุดก็คือ ‘ทรูแมน คาโพที’