“Gone With the Wind” นิยายที่ไม่ได้ตั้งใจดัง

มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ เขียนเรื่อง “Gone With the Wind” ระหว่างที่เธอพักรักษาตัวอยู่บ้านเพราะต้องใส่เฝือก เนื่องจากไม่มีอะไรทำ เธอจึงขอให้สามียืมหนังสือจากห้องสมุดกลับมาให้อ่านเพื่อแก้เบื่อ จนเมื่อสามีชักจะเริ่มขี้เกียจแบกหนังสือกลับบ้าน เขาจึงยุให้เธอหันไปฆ่าเวลาด้วยการเขียนนิยายเองซะเลย

นั่นคือจุดเริ่มต้นของ “Gone With the Wind” นิยายขนาดยาวเรื่องแรกและเรื่องเดียวในชีวิตของมิตเชลล์ที่ทำให้เธอโด่งดังเป็นพลุแตก ด้วยพล็อตเรื่องอิงประวัติศาสตร์สงครามกลางเมืองของอเมริการะหว่างคนผิวขาวกับทาสผิวดำ ซึ่งในเรื่องนี้ไม่มีฉากรบอันแสนโหดหรือหดหู่ แต่ความเรียลของตัวละครที่มีทั้งดีและเลวสามารถทำให้คนอ่านกลัวและร้องไห้ไปด้วย

หนังสือเล่มนี้สร้างปรากฎการณ์ขายดีถล่มทลาย แค่เห็นจำนวนในการพิมพ์แต่ละครั้งก็ต้องรีบคว้าเครื่องคิดเลขมากดแทบไม่ทัน เพราะมันเยอะมากจนบวกในใจไม่ไหว

“Gone With the Wind” พิมพ์ครั้งแรก 10,000 เล่ม พิมพ์ซ้ำครั้งที่ 2 ทันทีอีก 25,000 เล่ม ตั้งแต่ยังไม่วางขาย และพิมพ์ซ้ำครั้งที่ 3 อีก 15,000 เล่มภายในเดือนแรก ลองนับดูแล้ว แค่ปีแรกที่หนังสือออกจำหน่ายก็พิมพ์ซ้ำถึง 26 ครั้ง นี่ยังไม่รวมการพิมพ์รอบพิเศษสำหรับสมาชิก Book-of-the-Month Club อีก 50,000 เล่ม

 

“วิมานลอย” แปลโดย รอย โรจนานนท์, สนพ. แสงดาว

 

หากลองนำหนังสือที่พิมพ์ทั้งหมดภายในปีแรกมาวางเรียงกัน จะสูงกว่าเท่าตึกเอ็มไพร์สเตทถึง 50 เท่าเลยทีเดียว เท่านั้นยังไม่พอ ในปี 2010 มีคนลองรวมจำนวนเล่มที่พิมพ์ทั้งในอเมริกาและต่างประเทศดูแล้ว มีมากกว่า 30 ล้านเล่มเลย และในปี 2014 ชาวอเมริกันอ่าน“Gone With the Wind” มากเป็นอันดับสองรองจากไบเบิ้ลอีกด้วย

ข้ามจากเรื่องยอดขายมาดูฝั่งรางวัลกันบ้าง ซึ่งก็ไม่น้อยหน้าเลยนะ เพราะนิยายเรื่องนี้ดันให้มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ ชนะรางวัลพูลิตเซอร์ปี 1937 ซึ่งก็คือปีแรกที่หนังสือออกนั่นแหละ และยังได้รางวัลเนชั่นเเนลบุ๊คอะวอร์ดอันดับที่สองอีกด้วย

 

Gone with the Wind Movie Poster, Wikipedia

 

ถ้าจะไม่พูดถึงหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้ก็คงไม่ได้ เอาเป็นว่า ทีที่ประกาศข่าวเรื่องการสร้างหนังออกไป ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้หญิงมาแคสต์บทนางเอก สการ์เล็ตต์ โอ’ฮาร่า ถึง 1,400 คน พอเข้าฉายก็เป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดในตอนนั้น “Gone With the Wind” ถูกเสนอชื่อชิงรางวัล Academy Awards 15 รางวัล และได้รางวัลกลับบ้านไป 10 รางวัล

มาถึงตรงนี้คงเริ่มจะเมาตัวเลขจนตาลายและคันไม้คันมืออยากหยิบฉบับแปลไทยในชื่อ “วิมานลอย” มาลองอ่านดูสักครั้งว่าเพราะอะไรนิยายหนา 1,208 หน้า จึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าขนาดนี้