‘กรมัยพล สิริมงคลรุจิกุล’ การออกแบบปกก็เหมือนการสร้างบ้าน

ถ้าเห็นปก “มาเรียนนา” นวนิยายเล่มใหม่ของสนพ. Library House แวบแรกหลายคนคงรู้สึกว่าเป็นปกที่ดูเป็นสมัยใหม่มาก แต่เนื้อเรื่องของนวนิยายเล่มนี้เล่าถึงเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลีในศตวรรษที่ 18 การใส่ความสมัยใหม่ลงไปเป็นความตั้งใจของ เบิ้ม – กรมัยพล สิริมงคลรุจิกุล หรือ Wrongdesign ผู้ออกแบบปก เราลองมาคุยกับเขาถึงที่มาที่ไปของไอเดียนี้กัน

ออกแบบปกโดย Wrongdesign, สนพ. Library House

อยากให้เล่าถึง “มาเรียนนา”

เล่มนี้เป็นเรื่องที่นำเสนอภาพของผู้หญิงในอดีต ซึ่ง มาเรียนนา ที่เป็นตัวละครหลักเป็นผู้หญิงใบ้ สะท้อนความไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงของผู้หญิงในสังคม ผู้หญิงไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ จากเนื้อเรื่องเราเห็นภาพหญิงสาวหนังอ่านหนังสือเงียบๆ ริมทะเล พยายามลดทอนทุกอย่างลงให้เหลือน้อยที่สุด ให้เหลือแต่เพียงภาพตัวมาเรียนนาเป็นภาพสำคัญที่ปก

เรื่อง “มาเรียนนา” เป็นเรื่องที่ย้อนยุคไปช่วงศตวรรษที่ 18 แต่ตั้งใจออกแบบปกออกมาให้ดูเป็นสมัยใหม่ใช่ไหม

ใช่ครับ เวลาทำงานกับ สนพ. ไลบรารี่ เฮ้าส์ เราจะพยายามรักษาสมดุลระหว่างความเก่ากับความใหม่ เพราะเป็นสนพ.ที่พิมพ์งานวรรณกรรมคลาสสิคและนำเสนอออกมาในยุคสมัยใหม่ เลยพยายามจับความเก่ากับความใหม่มาเจอกันให้งานออกมาดูน่าอ่าน

เล่มนี้มีคอนเซปต์ในการออกแบบปกอย่างไรบ้าง

เรื่องนี้ ทางบรรณาธิการให้คอนเซปต์มาค่อนข้างชัด เช่น การเสนอว่าอยากให้ใช้สีเหลืองมะนาว บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เป็นชายทะเล ตามสถานที่ของเนื้อเรื่องที่อยู่ริมทะเลอิตาลี หลังจากนั้นเราก็จะศึกษาเพิ่ม หาข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือและผู้เขียน หาข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะฟ้อนต์ที่ใช้ในยุคตามเนื้อเรื่อง ศึกษาคาแรคเตอร์ของคนในยุคนั้นๆ ดูรูปแบบงานศิลปะอื่นๆ บ้าง ทั้งวิธีวาดและการลงสี เพื่อจะได้เอามาใช้ให้น่าสนใจและสะท้อนยุคสมัยในอดีต

ความเป็นส่วนตัว, ญี่ปุ่นสมัยใหม่, ปรัชญากฎหมาย ในชุดความรู้ฉบับพกพา ออกแบบปกโดย Wrongdesign สนพ. Openworlds

การออกแบบปกหนังสือ fiction กับ non-fiction มีความต่างกันไหม

ต่างกันมาก ส่วนตัวเเล้วรู้สึกว่าการออกแบบปก non-fiction จะง่ายกว่า เพราะมันตรงไปตรงมา เรารู้เลยว่าหนังสือเล่มนั้นพูดถึงเรื่องอะไร สื่อสารกับใคร เช่น เรื่องการศึกษา เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ แต่ถ้าเป็น fiction ต้องทำการบ้านเยอะกว่า พยายามมองหาความรู้สึก หลายครั้งที่อาจจะต้องอ่านทั้งเล่มถึงจะเข้าใจเรื่องราวหรือความรู้สึกของตัวละคร ซึ่งบางทีมาคิดภาพได้เอาตอนอ่านบทสุดท้ายก็มี

แต่ส่วนตัวถึงจะคิดว่า non-fiction ออกแบบง่ายกว่า แต่ก็ต้องทำความเข้าใจในเชิงลึกไม่ต่างกัน เพราะการทำภาพปกไม่ใช่การทำภาพเพียงเพื่อ ‘รายงาน’ เช่นหากพูดถึงคำว่า ‘ความยุติธรรม’ คนส่วนใหญ่มักจะเห็นเป็นภาพตราชั่งเลยใช่ไหม ถ้าพูดปุ๊บนึกออกปั๊บแบบนี้มันง่ายเกินไป คนส่วนใหญ่คงคิดได้ นักออกแบบปกต้องข้ามไปอีกขั้น มองหาความหมายใหม่ว่ามีภาพอะไรที่สื่อถึงตราชั่งได้อีกบ้าง แต่ก็ไม่ควรยากมากเกินไปนัก ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่ต้องการบอก

นอกจากเนื้อเรื่องและประเภทหนังสือแล้ว อิงอะไรเป็นหลักในการออกแบบอีกบ้าง

ความสนใจส่วนตัวในช่วงเวลานั้นๆ ถ้าสนใจเทคนิกอะไรเป็นพิเศษก็จะพยายามเอามาทดลองใช้ในการออกแบบ เช่นตอนที่ออกแบบปกหยามเหยียด ของอัลแบร์โต โมราเวีย เรากำลังสนใจเทคนิกการใช้สีน้ำ เลยเอามาใช้กับการทำภาพใบหน้า เพื่อสะท้อนเนื้อเรื่องที่พูดถึงตัวละครสำคัญทั้งสองคน

“หยามเหยียด” ออกแบบปกโดย Wrongdesign สนพ. Lighthouse Publishing

นอกนั้นปัจจุบันก็คือการคิดเรื่องการขาย เพราะสำหรับเราการออกแบบปกก็เหมือนกับการออกแบบบ้านให้กับผู้เขียน หรือสนพ. ที่จ่ายเงินพิมพ์หนังสือเล่มนั้นๆ ดีไซเนอร์ออกแบบงานจบก็จบภาระที่ตรงนั้น แต่นักเขียนหรือ สนพ. เขายังต้องอยู่กับมันต่อ แบกมันไปต่อในที่อื่นๆ เพราะฉะนั้นออกแบบให้ไปแล้วก็อยากให้เขาอยู่กับบ้านหลังนั้นได้อย่างสบายตัวสบายใจ พูดง่ายๆ ก็ขายหนังสือได้นั่นแหละ

ขอบคุณภาพถ่ายโดย F Section