‘จอห์น สกัลซี่’ การเมืองคือเรื่องไซ-ไฟ

“เป็นนักเขียน ก็เขียนนิยายไปสิ จะมายุ่งเรื่องการเมืองทำไม”

จอห์น สกัลซี่ มักถูกเหน็บแนมอยู่บ่อยๆ ว่า เขาพูดเรื่องการเมืองบ่อยเกินไป จริงจังเกินไป และเครียดเกินไป แฟนคลับนักอ่านของเขาบางคนถึงกับบ่นว่า ที่ไปติดตามทวิตเตอร์หรือบล็อกของเขานั้นก็เพราะอยากอ่านอะไรที่สนุกสนาน เช่น ข่าวคราววงการไซไฟหรือนิยายเรื่องใหม่ มากกว่าอ่านวิจารณ์เรื่องการเมือง

คุณสนใจเรื่องการเมืองไหม และคุณชอบอ่านนิยายที่พูดถึงการเมืองหรือเปล่า

อย่างที่เราเข้าใจกันว่านิยายแนววิทยาศาสตร์จะเขียนถึงโลกอนาคต หมายถึงอนาคตอันไกลโพ้นที่มีเทคโนโลยีแปลกๆ หรือมนุษย์ต่างดาว อย่างในเรื่อง “จิตลวงร่าง” ที่สกัลซี่เขียนถึงการถอดจิตย้ายร่างระหว่างคนเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ และทำเพื่อแลกเงินได้ด้วย แต่ถึงเรื่องราวจะล้ำแค่ไหน นักเขียนก็คือคนที่อาศัยอยู่ในยุคเดียวกับเรานี่แหละ เนื้อเรื่องก็ต้องสะท้อนถึงเหตุการณ์และความเป็นไปในสังคมเป็นธรรมดา รวมไปถึงคาดเดาว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป

แปลโดย วีรวัฒน์ เตชะกิจจาทร, สนพ. Maxx Publishing

 

ถ้าอยากรู้ว่าสภาพสังคมการเมืองในยุคไหนเป็นยังไง ลองหานิยายไซไฟที่คนเขียนอยู่ในปีนั้นๆ มาอ่านดูสิ ถ้าเป็นไซไฟยุค ‘60s จะเขียนถึงปัญหาประชากรล้นโลก (ยุคเบบี้บูม) ยุค ‘80s เป็นแนวไซเบอร์พังค์ คือเทคโนโลยีก้าวหน้าแต่ชีวิตไม่มีคุณภาพ และถ้าเป็นเรื่องที่เขียนในยุคปัจจุบันนี้จะชูประเด็นความเป็นส่วนตัว

นิยายไซไฟกับการเมืองจึงเป็นเรื่องที่แยกจากกันไม่ออก โดยเฉพาะกับจอห์น สกัสซี่ ที่สนใจเรื่องการเมืองมากเป็นพิเศษมาตั้งแต่ก่อนเริ่มเขียนนิยายแล้ว สนใจมากขนาดที่เคยส่งต้นฉบับ “The Collapsing Empire” เลทไปสองเดือนเพราะช่วงที่เขียนดันตรงกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี สกัลซี่เลยทุ่มเทติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดมากไปหน่อย ติดตามข่าวมากก็เครียดกลัวทรัมป์ได้ เครียดเลยเขียนไม่ออก เเละตอนนี้เขาแทบจะทวีตด่าทรัมป์แบบวันเว้นวัน

สกัลซี่ชอบหยิบเหตุการณ์ต่างๆ รอบโลกในทุกวันนี้มาเป็นวัตถุดิบในงาน จินตนาการว่าการกระทำมนุษย์ในวันนี้จะทำให้โลกในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป และจะทำยังไงให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้บ้าง แต่หลังจากโดนัลด์ ทรัมพ์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของอเมริกา สกัลซี่บอกว่า “พอทรัมป์ได้รับตำแหน่งแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะเขียนถึงอนาคตยังไงดีเหมือนกัน”

ไซ-ไฟคือการเมือง การเมืองคือไซ-ไฟ

สองอย่างนี้เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วมีแต่จะทำให้นิยายสนุกมากขึ้นสองเท่า และเร็วๆ นี้เรากำลังจะได้อ่านนิยายเรื่องดังของเขา “The Old Man’s War” จากสนพ. Solis เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายแก่คนนึงที่ได้รับข้อเสนอให้ไปเป็นทหารนอกโลกเพื่อแลกกับการมีชีวิตยืนยาวต่อไป เรื่องนี้เขาเขียนประมาณปี 2005 เป็นปีของสงครามอิรักกับอเมริกา…พอจะเชื่อมโยงอะไรบางอย่างได้ไหม