“เธอเคยอ่านดะไซ โอซามุ หรือเปล่า”

ประโยคนี้ไม่ใช่คำถาม เป็นชื่อเพลงของวง NMB48 ทีม N ซึ่งเป็นวงน้องสาวของ AKB48 อีกที (ลองฟังพร้อมอ่านซับไทยได้ทางนี้ https://goo.gl/yjTba8)

เพลง Dazai Osamu wo yonda ka? (太宰治を読んだか)

ดะไซ โอซามุ เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนญี่ปุ่นยุคโมเดิร์นคลาสสิคที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่ง นวนิยายเรื่อง สูญสิ้นความเป็นคน ของดะไซถูกดัดแปลงเป็นหนังและซีรีส์หลายเวอร์ชัน ล่าสุดจุนจิ อิโต้ ก็ได้นำเรื่องนี้มาถ่ายทอดเป็นมังงะในลายเส้นแบบหลอนๆ ของเขา (ยังไม่มีการซื้อลิขสิทธิ์มาแปลอย่างเป็นทางการ แต่ได้ข่าวว่าหลายคนติดกันงอมแงมไปแล้ว)

แปลโดย พรพิรุณ กิจสมเจตน์, สนพ. JLit

ลองมานึกหาเหตุผลว่าทำไมคนถึงอินไปกับชีวิตของ ‘โยโซ’ ใน “สูญสิ้นความเป็นคน” กันนัก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ เราทุกคนล้วนเลยเป็น ‘โยโซ’ กันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความสับสนผิดหวังในช่วงวัยรุ่น ความอ้างว้างที่ไม่มีใครเข้าใจ แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้จะอธิบายสภาวะที่เป็นอยู่ให้คนอื่นฟังอย่างไรเหมือนกัน ได้แต่ปล่อยให้ความสิ้นหวังนั้นค่อยๆ กัดกินจิตใจไปทีละน้อย

สิ่งที่น่าสนใจคือ งานของดะไซ โอซามุ ไม่ได้หยุดอยู่เเค่ในฐานะงานเขียนคลาสสิคที่ควรยกย่อง แต่แม้จะผ่านมาเกือบ 70 ปีแล้ว เขาก็ยังอยู่ในการรับรู้และความสนใจของวัยรุ่นญี่ปุ่นมาตลอด เป็นส่วนหนึ่งของกระแส Pop Culture ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น

แปลโดย คาฟคา อาซากิริ, สนพ. Phoenix

มีทั้งการนำคาแรคเตอร์ของดะไซ โอซามุ ไปสร้างเป็นตัวละครในเรื่อง คณะประพันธกรจรจัด (Bungo Stray Dogs) ที่มีทั้งเวอร์ชันไลท์โนเวลและอะนิเมะ เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับนักสืบที่มีพลังพิเศษ ซึ่งพลังเหล่านั้นก็มาจากสไตล์งานเขียนของแต่ละคน ของดะไซก็ไต้องเป็นพลังสูญสิ้นความเป็นคน ใครโดนเข้าไปเป็นต้องมืดมนอยากตายประมาณนี้ ในเรื่องมีการจับนักเขียนชื่อดังมาใส่เยอะมากทั้งของญี่ปุ่นเช่น รัมโป, ทานิซากิ หรือฝั่งยุโรปอย่างจอห์น สไตน์เบ็ค, เฮอร์แมนน์ เมลวิลล์ หรือมาร์ค ทเวน ใครได้อ่านหรือดูบุงโกแล้วจะเกิดความอยากรู้ว่าผลงานของนักเขียนเหล่านั้นเป็นยังไง ต้องรีบขวนขวายหาหนังสือมาอ่านกัน

ที่บ้านเกิดของดะไซ จังหวัดอะโอโมริ มีการจัดงานเพื่อรำลึกถึงทุกปี ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน โดยใช้ชื่องานว่า ‘โอโตกิ’ ซึ่งเป็นทั้งวันเกิดของดะไซและเป็นวันที่พบศพของเขา ในวันนั้นจะมีแฟนนักอ่านจากทั่วญี่ปุ่นไปร่วมงาน มีการร่วมกันอ่านผลงาน และจัดนิทรรศการที่ Osamu Dazai Memorial Hall

รวมไปถึงเพลง“Dazai Osamu wo yonda ka?” ที่เราพูดถึงในตอนต้นด้วย เนื้อเพลงพูดถึงใครสักคนที่เล่าถึงตัวเองซึ่งใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย “ฉันอยากจะรู้ความหมายของชีวิต” ในเมื่อสักวันหนึ่งต้องตาย แล้วเราจะเกิดมาเพื่ออะไร แล้ววันหนึ่งก็มีคนถามมาว่า “เธอเคยอ่านดะไซ โอซามุ หรือเปล่า”

นวนิยายคลาสสิคบางเรื่องก็ดูขลังและยากเกินกว่าจะทำใจให้เปิดอ่านหน้าแรกได้ แต่ถ้าเราได้ค่อยๆ ทำความรู้จักกับเรื่องราวเหล่านั้นผ่านช่องทางอื่นมาก่อน ก็จะช่วยให้มีความกล้ามากขึ้น อย่างผลงานของดะไซเองก็เหมือนกัน ที่วัยรุ่นญี่ปุ่นให้ความสนใจกันมากจนเกิดเป็นกระแส Pop Culture ได้นั้นมาจากการรู้จักดะไซผ่านทางสื่ออื่นๆ ก่อน

“แล้วเธอละ เคยอ่านดะไซ โอซามุ หรือเปล่า ถ้าไม่ได้อ่านเธอจะเสียใจนะ”