อัลแบร์โต โมราเวีย และดาซา มาราอินี

ตอนที่ดาซา มาราอินี รู้จักอัลแบร์โต โมราเวีย เธอเขียนนิยายเรื่องแรกเสร็จแล้วแต่ยังไม่มีสำนักพิมพ์ไหนรับตีพิมพ์ โมราเวียคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ใช้ได้ทีเดียว เลยอาสาเขียนจดหมายแนะนำให้อย่างดี สำนักพิมพ์นั้นก็รับพิมพ์งานของมาราอินีทันที

โมราเวียมักจะให้ความช่วยเหลือนักเขียนหน้าใหม่อยู่เสมอ ตอนนี้มาราอินีเองก็พยายามทำเช่นเดียวกัน เธอยินดีช่วยหรือให้คำแนะนำกับคนที่เพิ่งเริ่มเขียนและยังหาสำนักพิมพ์สนับสนุนผลงานไม่ได้

ชายหญิงคู่นี้อายุห่างกันถึง 28 ปี พวกเขาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนานถึง 18 ปี หลังจากแยกทางก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนกระทั่งโมราเวียเสียชีวิต

แปลโดยนันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ สนพ.ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง

 

อันที่จริง มาราอินีไม่ค่อยชอบภาพของผู้หญิงที่โมราเวียนำเสนอสักเท่าไหร่ ผู้หญิงในนิยายของโมราเวียมักจะดู ‘โหดร้าย’ อยู่เสมอ อย่างในเรื่อง “หยามเหยียด” ที่เอมิเลียแสดงท่าทางรังเกียจเหยียดหยาม ‘ผม’ ทั้งยังไม่ยอมบอกว่าเพราะเหตุใดจึงชิงชังฝ่ายชายนัก ปล่อยให้เขาคิดหมกมุ่นแต่เรื่องที่เธอไม่รักอยู่ตลอดเวลา

ในขณะที่มาราอินี ซึ่งเลือกเล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้หญิงเพื่อปลดปล่อยผู้หญิง เธอบอกว่าคุณค่าของผู้หญิงถูกกำหนดโดยผู้ชาย พวกเธอต้องเป็นอย่างที่ผู้ชายต้องการจึงสูญเสียตัวตนไป มาราอินีเลือกที่จะนำเสนอภาพของผู้หญิงผ่านชีวิตประจำวัน เพราะเธอคิดว่านั่นคือช่วงเวลาที่ผู้หญิงได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด อย่างเรื่อง “มาเรียนนา” ที่เธอเล่าถึงชีวิตแต่ละวันของดัชเชสสาวใบ้คนนี้อย่างละเอียดลออ

แปลโดย นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ สนพ.Library House

 

มาเรียนนา คือตัวเเทนของผู้หญิง ความทุกข์ ความบีบคั้น การหลงลืมตัวตนที่มาเรียนนาเผชิญในเรื่องนี้ คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนเคยสัมผัสแต่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ความอัดอั้นที่อยู่ในใจ คือการต่อต้านเพียงอย่างเดียวที่เธอทำได้ เหมือนผู้หญิงในสังคมที่ไม่มีปากเสียง แม้จะไม่ได้เป็นใบ้ก็ตาม

ถึงแม้โมราเวียจะมีอิทธิพลต่องานเขียนของมาราอินีในช่วงแรกเป็นอย่างมาก แต่สไตล์การเขียนรวมถึงเนื้อเรื่องของทั้งคู่กลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง