‘คาสึโอะ อิชิงุโระ’ จุดเริ่มต้นคือการเขียนอย่างจริงจัง

คาสึโอะ อิชิงุโระ ตัดสินใจย้ายไปอยู่ทางตอนใต้ของอังกฤษ เพื่อใช้เวลาเขียนหนังสืออย่างจริงจัง ในช่วงฤดูร้อน ปี 1987 โดยมี ลอร์นา ภรรยา เป็นผู้ช่วยให้เขาสามารถงดเว้นภารกิจที่ไม่จำเป็นได้

การโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขียนบทเปิดเรื่องสำหรับนวนิยายเล่มใหม่ค้างเติ่งไว้เกือบปี โดยไม่มีอะไรคืบหน้าเลย เพราะมัวแต่วนเวียนอยู่กับการไปงานเลี้ยง เป็นแขกรับเชิญไปงานต่างๆ เดินทางไปต่างประเทศ และวุ่นวายกับจดหมายกองมหึมาที่ต้องตอบ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นผลจากนวนิยายเล่มก่อนๆ และรางวัลต่างๆ ที่ได้รับมา

แผนของเขาคือต้องเขียนนิยายเล่มที่เพิ่งเริ่มไว้ให้จบในสี่สัปดาห์ โดยจะเริ่มทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสี่ทุ่มครึ่งทุกวันเว้นวันอาทิตย์ ในแต่ละวัน เขาจะหยุดพักกินมื้อกลางวันหนึ่งชั่วโมง และพักกินมื้อเย็นสองชั่วโมง เขาจะไม่เข้าใกล้อินเตอร์เน็ต ไม่ตอบจดหมาย ไม่รับแขก มีภรรยาเป็นคนทำอาหารและงานบ้านให้ในช่วงเวลานั้น

นวนิยายเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่อิชิงุโระนั่งเขียนโดยมีห้องทำงานเป็นสัดส่วน หลังจากที่สองเล่มก่อนหน้านั้น เขาเขียนบนโต๊ะกินข้าว (เรื่อง “A Pale View of Hills” และ “An Artist of the Floating World”)

เขาเขียนนิยายเล่มนี้อย่างไหลลื่น เป็นอิสระ แม้สิ่งที่เขียนในตอนบ่ายจะตรงข้ามกับที่วางแผนไว้เมื่อเช้า เขาก็ปล่อยมันไป เพราะสิ่งสำคัญที่สุดเป็นลำดับแรกในการเขียนนิยายเล่มนี้คือ การปล่อยให้ความคิดและถ้อยคำโผล่ขึ้นมาเติบโต ประโยคที่น่ากลัว บทสนทนาที่แฝงเร้น ฉากต่างๆ ที่ไม่นำพาไปไหน เขาปล่อยให้มันงอกขึ้นและรดน้ำพรวนดินให้กับมัน

สุดท้าย อิชิงุโระก็เขียนหนังสือเล่มนี้จบตามที่วางแผนไว้ในสี่สัปดาห์ โดยมีสองเรื่องที่ส่งอิทธิพลต่อหนังสือเล่มนี้มากที่สุด

1. บุคลิกของตัวละครเอกที่แสดงโดยยีน แฮคแมน ในหนังเรื่อง “The Conversation” ที่เป็นต้นแบบของตัวละครเอกในนิยายของเขา

2. เพลง “Ruby’s Arms” ของทอม เวตส์ ว่าด้วยทหารที่กำลังจะจากคนรักซึ่งกำลังหลับใหลเพื่อไปขึ้นรถไฟ คาสึโอะ อิชิงุโระตัดสินใจเปลี่ยนตอนจบของนิยายเรื่องนี้ที่เขาเขียนเสร็จไปแล้วหลังจากที่เพลงนี้ดังขึ้นมาในเย็นวันหนึ่ง เพราะเขารู้สึกว่าต้องให้ตัวละครเอกของเขาแสดงออกถึงห้วงอารมณ์ขมขื่นเศร้าสร้อยที่ถูกเก็บกดไว้ในความด้านชา เหมือนกับมีรอยปริแยกที่ทำให้อารมณ์เหล่านี้ปรากฎขึ้นมาในตอนท้ายเรื่อง

และนวนิยายเรื่องนั้นคือ “The Remains of the Day” ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล Booker Prize ในปี 1989 และมีชื่อเสียง

ผลงานของคาสึโอะ อิชิงุโระ ที่แปลเป็นภาษาไทยแล้วได้แก่